AsteriskThailand
February 06, 2012, 06:30:28 AM *
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News:
 
   Home   Help Search Login Register  
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: รู้จัก VOIP เทคโนโลยีที่จะมาแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิม  (Read 2132 times)
Patrickz
Global Moderator
Sr. Member
*****
Posts: 274


View Profile WWW
« on: October 13, 2007, 04:25:45 PM »

รู้จัก VOIP เทคโนโลยีที่จะมาแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิม
โดย ปรเมศวร์ กุมารบุญ



นับตั้งแต่ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบลล์ คิดค้นโทรศัพท์ให้มนุษย์ชาติได้พูดคุยกันในระยะไกล ด้วยการเปลี่ยนเสียงมนุษย์เป็นคลื่นไฟฟ้าขนาดเล็กกระเพื่อมผ่านเส้นลวดไป ที่เรียกกันเข้าใจง่ายว่าสัญญาณ Analog และได้วิวัฒนาการมากมายหลายระบบในอดีตมาสู่ยุคปัจจุบัน เช่น จากระบบ Cross Bar มาเป็น SPC แบบดิจิทัลในปัจจุบัน  โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานหรือที่เรียกกันในวงการโทรคมทั่วโลกว่า Fixed Line Telephone และถือว่าเป็นโครงข่ายโทรคมนาคมหลักชนิดหนึ่งในโลกปัจจุบันทีเดียว
       
แต่ปัจจุบันหลังจากการแพร่กระจายเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการพัฒนาโปรแกรมการประยุกต์ใช้งาน (Software and Applications) อย่างมากมาย ซึ่งรวมถึงโปรแกรมประเภทหนึ่งที่ถูกพัฒนาจนเกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในวงการโทรคมนาคมในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย นั่นคือการใส่ Feature การสนทนาเสียงผ่านโปรแกรม Chat ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือหลายคนอาจจะเห็นภาพง่ายขึ้นโดยเฉพาะหมู่วัยรุ่นที่เล่น เอ็มเอสเอ็น ใช้ลำโพงและไมโครโฟน สนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต
       
การสนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตมีหลากหลายวิธี และการสนทนาเสียงได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็วจนเกิดมีการพัฒนาโปรแกรมการสนทนาเสียงโดยเฉพาะมากมาย ส่วนมากให้ดาวน์โหลดฟรีใช้ฟรีด้วยซ้ำ เพื่อการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตเพียงแต่คอมพิวเตอร์ที่สนทนานั้นต้องมีการติดตั้งโปรแกรมทั้งสองฝ่าย

จากความนิยมในการการสนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตท่วมท้น ถึงแม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ก็ได้รับคุณภาพเสียงจากการสนทนาที่ไม่น่าพอใจนัก จึงเกิดความพยายามมากมายในการพัฒนาระบบการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตให้มีคุณภาพเสียงให้สูงเพียงพอที่จะยอมรับได้ จึงเกิดเทคโนโลยี วีโอไอพี (VoIP) ขึ้น VoIP ย่อมาจาก Voice over Internet Protocol หรือชื่อเรียกเทคโนโลยีนี้อื่นเช่น IP Telephony, Internet telephony, หรือ Digital Phone ล้วนเป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหรือโครงข่ายอื่นๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล สัญญาณเสียงจะถูกตัดแบ่งเป็นแพ็คเก็ตวิ่งผ่านไปบนโครงข่ายที่ใช้สำหรับการสื่อสารข้อมูลทั่วไปแทนการใช้วงจรเฉพาะตามวิธีการสื่อสารในระบบโทรศัพท์แบบดั้งเดิม เปรียบได้กับการให้รถยนต์วิ่งแทรกกันได้ตามช่องว่างที่มีอยู่ของถนน แทนการให้รถยนต์คันเดียวจองถนนวิ่งแบบผูกขาด และเกิดทางเลือกให้ผู้ใช้ วีโอไอพี ทั้งของฟรีและเสียสตางค์ ข้อดีของ วีโอไอพี ก็คือการสามารถใช้โครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถให้บริการได้ในอัตราค่าบริการที่ถูกลงมาก
       
เทคโนโลยี VoIP เริ่มต้นจากการใช้โปรแกรมที่ต้องติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่คอมพิวเตอร์ที่จะติดต่อกันนั้นต้องมีการกำหนดเลขหมายเสมือน (Virtual Address) ให้เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้นได้ ?โทร? ติดต่อหากันได้ โดยการสนทนาพูดคุยผ่านไมโครโฟนและลำโพงของเครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นคือ VoIP ในยุคแรก แน่นอนการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นแบบแพ็กเกต (Packet) รวมถึงการทำสัญญาณเสียงมนุษย์ให้เป็นชุดข้อมูลแบบแพ็คเก็ต หรือก้อนข้อมูล IP เพื่อสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
       
ก้อนข้อมูล IP เหล่านี้มีทิศทางการเดินทางที่ไม่เป็นระเบียบ ก้อนข้อมูล IP เหล่านี้ จะถูกแบ่งกระจายออกเป็นก้อนข้อมูล IP เล็ก ๆ และถูกส่งออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทาง ก้อนข้อมูลแต่ละก้อนอาจจะแยกกันเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางผ่านเส้นทางการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ภายในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอันกว้างใหญ่จนไปถึงปลายทาง ความพยายามที่จะหาทางวางมาตรการในการควบคุม ความเร็ว ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลดิจิตอลที่ถูกแปลงมาจากเสียงพูด (Voice) จากต้นทางไปปลายทาง ในเวลาที่ พอดี และ เหมาะสม ที่จะคืนสภาพเสียงพูดโดยไม่เกิดความหน่วงและผิดพลาด จึงทำให้ต้องมีการคิดค้นโปรโตคอล (Protocol) และกำหนดมาตรฐานในการรักษาคุณภาพเสียง (Quality of Service) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และนี่คือที่มาของเทคโนโลยี Voice over IP
       
การสนทนาเสียงระหว่างผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์แบบ IP ที่มิได้อาศัยเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน โดยต้องเรียกหากันด้วยเลขหมายพิเศษ เช่น ENUM (E-Numbering) ซึ่งมิได้เป็นมาตรฐานเดียวกับระบบเลขหมายโทรศัพท์บ้านหรือมือถือที่ใช้กันทั่วโลก แต่เป็นการกำหนดเลขหมายที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต และการจะใช้โทรศัพท์หรือแอปพลิเคชั่น VoIP บนคอมพิวเตอร์ ติดต่อกับเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะต้องกระทำผ่านอุปกรณ์ VoIP Gateway

อาจทำให้ผู้อ่านมองว่าเทคโนโลยี VoIP เป็นเสมือนแอปพลิเคชั่น (Application) ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันได้มีความพยายามยกฐานะของ VoIP เป็นทางเลือกสำหรับการใช้งานโทรศัพท์ในอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าการใช้เครือข่ายโทรศัพท์แบบมาตรฐาน หรือบางระบบสามารถทำให้โทรหากันได้ฟรีและเมื่อเกิดกระแสการตอบรับเทคโนโลยี VoIP ในสังโลกมีมากขึ้น ยักษ์ใหญ่ในแวดวงธุรกิจคอมพิวเตอร์เริ่มเห็นแววเจิดจรัสทางธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัท Cisco ก็ก้าวเข้ามาจับเทคโนโลยี VoIP อย่างจริงจัง พร้อมผลักดันให้มีการให้บริการ VoIP กันอย่างจริงจัง รวมถึงความพยายามผลักดันการใช้เครือข่ายโทรศัพท์ที่มีมาแต่เดิม ให้เปลี่ยนมาเป็นการสนทนาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง เริ่มก้าวเข้ามาหยิบจับเทคโนโลยี VoIP อย่างจริงจัง และแน่นอนได้มีการพัฒนาโทรศัพท์ VoIP เป็นเครื่องโทรศัพท์บ้านโดยไม่ต้องต่อผ่านคอมพิวเตอร์อีกด้วย โดยเสียบเข้าสาย LAN แทนสายโทรศัพท์แบบเดิมซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมเทคโนโลยีการสนทนาของมนุษย์ในเร็ววันนี้

   
ส่วนสถานการณ์การตอบรับเทคโนโลยี VoIP ในประเทศไทย มีมาพร้อมๆ กับการเปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวในระดับโลก ด้วยการที่ บมจ. ทีโอที (องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในขณะนั้น) เปิดให้บริการโทรศัพท์ราคาประหยัดผ่านเครือข่าย VoIP แทนที่จะใช้เครือข่ายโทรคมนาคมที่มีพื้นฐานข้อมูลแบบ PCM ซึ่งมีต้นทุนในการลงทุนและบำรุงรักษาแพงกว่าการใช้เครือข่าย IP ทำให้ บมจ. ทีโอที สามารถเปิดให้บริการ Y-tel 1234 ที่คิดค่าบริการโทรทางไกลภายในประเทศในอัตราที่ต่ำกว่าใช้โทรศัพท์ตามปกติ เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ผู้ประกอบการเครือข่ายโทรคมนาคมรายอื่นในประเทศ โดยเฉพาะค่าย TRUE หันมาให้ความสนใจลงทุนเพื่อเปิดให้บริการ VoIP บ้าง และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยี VoIP ในประเทศไทยอย่างจริงจัง
       
สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เทคโนโลยี VoIP เริ่มร้อนแรงขึ้นอีกครั้งในประเทศไทย นั่นคือการอนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการ VOIP ของ กทช. ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้บริการโทรศัพท์ที่มีราคาถูกมากๆ ยกเลิกการผูกขาดบริการโทรศัพท์แบบเดิมที่มีราคาแพงและมีการกำหนดมาตรฐานประกันคุณภาพขั้นต่ำเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน
       
จากความพยายามของบรรดาบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารทั่วโลก ที่เข้าใจปัญหาของ VoIP ในเรื่องคุณภาพของเสียงที่ขึ้นอยู่กับสภาพของเครือข่าย รวมถึงข้อจำกัดในการเชื่อมต่อ VoIP เข้ากับระบบโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ แรงผลักดันจากผู้ผลิตเทคโนโลยีที่ชูประเด็นความได้เปรียบของเทคโนโลยี VoIP ในเรื่องของต้นทุนที่ประหยัดกว่าในการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมแบบเดิมและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของประชาชน ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ในการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี VoIP จากวงการคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อวงการโทรคมนาคม
       
และสิ่งที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการผลักดันให้มีการเปิดให้บริการอุปกรณ์ SIP (Session Initiate Protocol) Server ขึ้นทั่วโลก โดย SIP Server ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการหาเส้นทางในการลำเลียงก้อนข้อมูล VoIP จากเครื่องโทรศัพท์ VoIP เครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง ผ่านเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แทนที่จะปล่อยให้ก้อนข้อมูลเสียงแบบ VoIP เคลื่อนที่ไปโดยยถากรรม จะทำให้สามารถรับประกันคุณภาพของการติดต่อสื่อสารระหว่างคู่สนทนาที่ใช้โทรศัพท์แบบ VoIP หรือโปรแกรม VoIP บนเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความพึงพอใจในการใช้บริการมากกว่าบริการ VoIP แบบเดิมๆ ที่เป็นอยู่
       
ในความเป็นจริงแล้ว เราจะพบเห็นการจัดตั้ง SIP Server กระจายอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยบรรดา SIP Server เหล่านี้จะติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนปรับปรุงฐานข้อมูลเลขหมายโทรศัพท์ VoIP ซึ่งในที่ปัจจุบันมีการเรียกชื่อใหม่ว่า SIP Phone เพื่อให้สามารถติดต่อข้อมูลเลขหมายโทรศัพท์ SIP Phone ที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งในที่นี้ใช้มาตรฐานเลขหมาย ENUM ได้ จะได้หาเส้นทางการลำเลียงก้อนข้อมูล VoIP ไปยังโทรศัพท์ SIP Phone ปลายทางได้อย่างถูกต้อง
       
แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ สำหรับโลกของ SIP Phone ซึ่งเป็นพัฒนาขั้นที่สองของ VoIP จะกลายเป็นโลกของการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีพรมแดนมาขวางกั้น ไม่มีเส้นแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ เพื่อจำกัดพื้นที่การใช้งาน และกำหนดอัตราการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการโทรในพื้นที่เดียวกัน การโทรทางไกลในประเทศ หรือการโทรศัพท์ระหว่างประเทศอีก เนื่องจากโทรศัพท์ SIP Phone ทั้งหมดเชื่อมต่ออยู่กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะผ่านทางคู่สาย ADSL เข้าสู่เกตเวย์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP : Internet Service Provider) ในท้องถิ่นก็ดี หรือจะเป็นการใช้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากองค์กร สถาบันการศึกษา หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ตสาธารณะก็ตาม ผู้ใช้งานทุกคนมีอิสระเสรีที่จะกำหนดให้โทรศัพท์ SIP Phone หรือแม้กระทั่งการใช้แอปพลิเคชั่น SIP Phone ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดต่อกับ SIP Server ตัวใดๆ ในโลกก็ได้ ไม่จำเป็นผู้ที่ซื้อ SIP Phone ไว้ใช้งานในประเทศฮ่องกงจะต้องรับบริการหาเส้นทางและรับประกันคุณภาพการโทรจาก SIP Server ในประเทศฮ่องกงเอง บางคนอาจเลือกใช้ SIP Server ที่อยู่ในออสเตรเลีย ในขณะที่อีกคนหนึ่งอาจใช้ SIP Server ในสหรัฐอเมริกาก็ได้
       
การใช้บริการ SIP Phone นั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมหรือจัดการของผู้ประกอบการเครือข่ายโทรคมนาคม หรือแม้กระทั่งผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของนานาประเทศ ทั้งนี้เพราะ SIP Phone ก็คือบริการอีกประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เหมือนๆ กับการแพร่ระบาดของเทคโนโลยี Instant ต่าง ๆ เช่น ICQ, Web Board หรือการรับชมภาพยนตร์แบบ Streaming ที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมีสิทธิ์จะติดต่อผ่านทางเว็บไซด์ที่ให้บริการได้ โดยไม่ต้องขอคำอนุญาตจากใคร หากจะมีการจำกัดควบคุมสิทธิ โดยแลกกับค่าสมาชิกก็จะเป็นเรื่องของผู้ให้บริการเว็บไซด์เหล่านั้น มิใช่หน้าที่ของผู้ให้บริการ ISP หรือผู้กำกับดูแลใดๆ ทั้งสิ้น
       
ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากจะโทรติดต่อกันเองภายในกลุ่มผู้ใช้บริการ SIP Phone แล้ว ผู้ประกอบการ SIP Server บางรายก็อาจลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ VoIP Gateway เพิ่มเติม โดยมีการตกลงกันกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ภายในประเทศของตนหรืออาจจะเป็นประเทศใดๆ ก็ได้ ในการที่จะขอส่งสัญญาณเสียงสนทนาที่เคยอยู่ในรูปของก้อนข้อมูล IP ในโลกของ SIP Phone บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แปลงกลับเป็นสัญญาณเสียงแบบ PCM เพื่อส่งไปยังโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งการเชื่อมอุปกรณ์ VoIP Gateway นั้นจะเชื่อมกับเครือข่ายโทรศัพท์รายใดก็ได้ ขอให้เพียงให้เชื่อมได้ เท่านี้ก็จะสามารถใช้ความสามารถของเครือข่ายโทรศัพท์นั้น ๆ นำพาเสียงพูดสนทนาไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ปลายทางได้ โดยอาศัยกลไกการทำงานปกติของระบบโทรศัพท์ทั่วไป แน่นอนว่าบริการในลักษณะนี้มักได้รับการกำหนดเป็น ?บริการเสริมพิเศษ? ที่เจ้าของ SIP Server นั้น ๆ มีสิทธิ์คิดค่าบริการจากผู้ใช้บริการ SIP Phone ซึ่งเชื่อได้ว่าเมื่อเทียบมูลค่ากับอัตราค่าบริการโทรศัพท์ต่างประเทศผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ตามปกติแล้ว ย่อมต้องถูกกว่ามากๆ เช่น เจ้าของ SIP Server คิดค่าบริการ 1 เหรียญสหรัฐต่อเดือน จะโทรไปหา SIP Phone เบอร์ใดก็ได้ และหากต้องการใช้ SIP Phone ของตนเองโทรหาโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ประกอบการ SIP Server ก็อาจจะมีแพ็กเกจการให้บริการโทรเข้าสู่เครือข่ายโทรศัพท์ โดยคิดค่าบริการสำหรับการใช้ VoIP Gateway ของเขา อาจเป็นการคิดเหมาจ่ายรายเดือน หรือมิฉะนั้นก็กำหนดอัตราการโทรให้ชัดเจนสำหรับคิดเงินตามการใช้งานแต่ละครั้ง เช่น โทรจาก SIP Phone ไปเลขหมายโทรศัพท์ในสหรัฐอเมริกา คิดนาทีละ 25 สตางค์ หรือโทรไปเชียงใหม่ คิดนาที 2 สตางค์ เป็นต้น
       
บริการ VoIP ที่ถูกพัฒนาจนกลายมาเป็น SIP Phone นั้น กำลังแย่งชิงกลุ่มลูกค้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ แม้จะยังไม่มีเรื่องของ VoIP Gateway เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การใช้ SIP Phone โทรหากันเองได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการ หรือจ่ายแต่เพียงน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้บริการโทรศัพท์ ก็ทำให้ลูกค้ากลุ่มหนึ่ง ?ลด? ปริมาณการใช้โทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปพอสมควร ยิ่งเมื่อมีบริการเสริมแบบ VoIP Gateway ที่ผู้ประกอบการ SIP Server อาจจับมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่ายโทรคมนาคมแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก เช่น AT&T จากสหรัฐอเมริกา, Telstar จากออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งมีต้นทุนค่ารับส่งสัญญาณเสียงสนทนา (โดยทั่วไปเรียกว่า traffic) ถูกมากๆ อยู่แล้ว ก็จะทำให้ผู้ให้บริการ SIP Server กำหนดราคาค่าโทรไปยังเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานได้ในราคาที่ถูกกว่าการใช้โทรศัพท์พื้นฐานโทรระหว่างประเทศเสียอีก
       
กรณีศึกษาที่น่าสนใจอีกกรณีหนึ่งคือเรื่องราวของบริษัท Skype ที่เปิดตัวบริการ Skype Phone หรือก็คือ SIP Phone แบบหนึ่งนั่นเอง ที่กำหนดให้ผู้ใช้งานทุกคนติดต่อเฉพาะกับ SIP Server ของตนเองเท่านั้น Skype ยอมให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ดาวน์โหลดโปรแกรม VoIP ของตนเองฟรี เพื่อนำไปติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์และเริ่มต้นใช้บริการ VoIP แบบ SIP สำหรับติดต่อกันเองในหมู่สมาชิกของ Skype ด้วยกัน ยิ่ง Skype มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมากเท่าไร สัมฤทธิผลในการสร้างกระแส SIP Phone ก็ยิ่งมีมากขึ้น เพราะ Skype กำลังสร้างเครือข่ายสื่อสารอีกโลกหนึ่งขึ้นขนานกับเครือข่ายลูกค้าโทรคมนาคมเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนธุรกิจของ Skype เดินหน้าไปได้เรื่อยๆ เมื่อมีการประกาศว่า ผู้ใช้งาน Skype สามารถโทรเข้าหาเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐาน หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ ไม่จำกัดว่าเลขหมายปลายทางจะอยู่ในประเทศใด แลกกับการจ่ายค่าสมาชิกพิเศษ ซึ่งปัจจุบันคิดเดือนละ 7.45 ยูโร หรือประมาณ 350 บาทต่อเดือน บวกกับค่าโทรต่อนาทีในอัตราที่ถูกมากๆ เพื่อสามารถโทรติดต่อกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเฉพาะที่ Skype มีสนธิสัญญาส่ง traffic เข้าไปได้ รายละเอียดของประเทศและแพ็กเกจค่าโทรศัพท์สามารถดูได้จาก http://www.skype.com

   
จุดด้อยของวีโอไอพีก็คือ ในบางกรณีคุณภาพเสียงอาจจะไม่ดีเท่าโทรศัพท์ปกติ และอาจจะมีการดีเลย์หรือการที่สัญญาณเสียงเดินทางมาช้า ทำให้พูดสวนกันไม่ได้ถนัด ต้องรอให้แต่ละฝ่ายพูดให้จบก่อนจึงจะพูดได้ แต่ปัญหานี้ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนแทบจะไม่มีความแตกต่างอีกต่อไป ข้อเสียอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ โทรศัพท์วีโอไอพี จะใช้งานไม่ได้เมื่อไฟฟ้าดับ หรืออินเทอร์เน็ตเกิดขัดข้อง
       
VOIP จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากคุณภาพที่ได้รับปรับปรุงและค่าใช้จ่ายที่ถูก จนในที่สุดอาจจะกลายเป็นบริการฟรี เช่น เดียวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตอื่นๆ เช่น การสืบค้นเว็บไซต์ การใช้อีเมล์ เพราะอันที่จริงก็ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก ผู้ใช้บริการเพียงแต่จ่ายค่าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น
       
นอกจากนั้น ถ้าโครงข่ายไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ มีการขยายครอบคลุมมากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าจะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ ที่สามารถใช้วีโอไอพีได้ จะมีความสำคัญอย่างสูงในการพัฒนาโครงข่ายและการนำบริการโทรคมนาคมพื้นฐานเข้าสู่ท้องถิ่นทุรกันดาร (Last mile Connection) เพื่อเปิดโอกาสประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารเข้าถึงบริการโทรคมนาคมและสนับสนุนการพัฒนาบ้านเมืองในทุกด้านต่อไป

ที่มา: http://www.manager.co.th
« Last Edit: October 13, 2007, 04:28:47 PM by Patrickz » Logged

Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
SEM | Asterisk | สถานที่ท่องเที่ยว | สัมมนา SEM