AsteriskThailand
May 23, 2012, 06:36:18 AM *
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News:
 
   Home   Help Search Login Register  
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: กทช. กับแนวทางในการสนับสนุนและกำกับดูแลธุรกิจ VoIP  (Read 1645 times)
Patrickz
Global Moderator
Sr. Member
*****
Posts: 274


View Profile WWW
« on: October 13, 2007, 02:14:27 PM »

Quote
อยากให้ทดลองทำกันเรากันเลขหมายไว้แล้ว 10 ล้านเลขหมายสำหรับ VoIP เทคโนโลยี อยากให้ขอได้ภายใน 5 นาทีหรือวันเดียวด้วยซ้ำ เราอยากเห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ คนรวยใหม่ๆ แล้วในแง่กฎเกณฑ์ถ้าสงสัยก็ถามไปที่ กทช.ได้ ถ้าท่านส่งใบอนุญาตแล้วไม่ได้รับอนุญาตเสียทีก็ส่งตรงไปที่คณะกรรมการก็ได้"


รองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ


คำถามแรกที่เรามักจะถามคือ VoIP คืออะไร? ซึ่งก็มี 2 คำตอบง่ายๆ คำตอบแรกคือ ไม่รู้ว่าคืออะไร คำตอบที่สองบอกก็พอรู้ คำตอบที่สามก็คือรู้ว่ามันคืออะไร คำถามหลักที่ไปไกลกว่านั้นก็คือ ไม่ว่าคุณจะรู้ว่ามันคืออะไรหรือทำอะไรได้ คำถามหลักก็คือรู้หรือไม่รู้ แต่มันทำได้ตามกฎหมายหรือไม่?

รศ. สุธรรม อยู่ในธรรม คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ แสดงความวิสัยทัศน์พร้อมแนวทางในการสนับสนุนของกทช. ต่อเรื่องของ VoIP ว่า เรื่องนี้สำคัญมาก ในอดีตเราไม่รู้อะไรเราก็บอกว่าไม่ได้ไว้ก่อน Call Back คืออะไร ก็ไม่รู้ แต่คนบอกทำไม่ได้ เรามี Net Flash ก็ทำไม่ได้ ต่อตรงก็ไม่ได้ ต่อต่างประเทศก็ไม่ได้ ฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะเรียนก็คือว่า ไม่ว่า VoIP มันคืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร ถ้ามันเป็นบริการโทรคมนาคม ก็ขอใบอนุญาตได้ นี่เป็นสาระสำคัญที่สุดในการทำกิจกรรมโทรคมนาคมในปัจจุบัน

ในอดีตถ้าท่านไปที่หน่วยงานราชการทั้งหลายเป็นสิ่งที่ไม่เคยเขียนไว้ในกฎหมาย หรือไม่เคยรู้ว่ามันคืออะไร หรือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เหมือนเทคโนโลยีเก่า By Pass ของเก่า ถูกกว่าเก่า ดีกว่าเก่า จะขอทำแต่ทำไม่ได้ แต่อย่างว่าครับ ทุกวันนี้ใครไปที่สำนักงาน คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะขอทำอะไรใหม่ก็มักจะได้คำตอบว่าทำไม่ได้


กทช.กับการออกใบอนุญาต
ร.ศ. สุธรรม กล่าวว่าเรื่อง VoIP กว่าจะถึงวันนี้เราผ่านขั้นตอนมาเป็นลำดับ เรื่องที่อยากบอกก็คือว่าในระบบเศรษฐกิจเสรีที่เราทำอยู่ กฎหมายให้ภาระหน้าที่กับกทช. ในการออกกฎเกณฑ์ใบอนุญาตและให้อนุญาต หลายคนถ้าไม่ได้ตามเรื่องอาจไม่เข้าใจว่าเรามีหน้าที่ทำอยู่สองเรื่องเท่านั้น เราเป็นองค์กรกำกับดูแลที่ไม่ได้ทำอย่างอื่นเช่นเรื่องการปฏิบัติเหมือนอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่มีหน้าที่ออกกฎเกณฑ์และต้องจัดการเลือกตั้งด้วย สอบสวนด้วย กล่าวโทษด้วย ตัดสิทธิ์ด้วย

กทช. เราทำแค่เรื่องออกใบอนุญาตเป็นเรื่องที่ต้องดุลยพินิจในเชิงกิจการที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต เราทดลองทำสิ่งที่เรียกว่า Automatic License หมายความว่าถ้าท่านมีเงื่อนไขครบตามระเบียบ กทช.ซึ่งมีไม่กี่ข้อก็ไม่ต้องขอ จะได้รับใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ VoIP เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Automatic License ซึ่งก็ถามต่อว่าแล้วตกลงรู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร ถึงไม่รู้ก็ทำได้ ถ้ามันเป็นกิจการโทรคมนาคม เรามองใน Mention ว่า VoIP เปิดตลอดทั้งสายแล้ว

ขออนุญาตเล่าอดีตให้ฟังว่า ปีแรกที่ผมเข้ามาทำงาน ไม่รู้จะทำอย่างไรกับระบบการให้ใบอนุญาตก็มีแนวคิดกันแบบราชการไทยคือ ออกใบอนุญาตแต่ละประเภทก็แล้วกัน ฉะนั้นถ้าใครขอดูประกาศให้อนุญาตของ กทช. จะพบว่ามีการใบอนุญาตที่กำหนดประเภทโทรคมนาคมไว้ละเอียดมาก และเวลาขออนุญาตต้องขอตามประเภทซึ่งผมคิดว่าเป็นแนวความคิดแบบเก่า แต่ก็เมืองไทยยังมีอยู่มาก

ทีนี้เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ความคิดเรื่อง Feature Device ก็ชัดเจนมากขึ้นว่าเรามีความแตกต่าง และในประเทศไทยก็ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ก็เลยออกกฎเกณฑ์พิเศษที่เป็นกิจการเฉพาะสำหรับบริการอินเทอร์เน็ต เป็นใบอนุญาตพิเศษซึ่งออกเป็นใบรับรองของ กทช. ตอนนี้เราเริ่มทดลองให้ใบอนุญาตอินเทอร์เน็ตเป็นการเฉพาะ ในท้ายที่สุดผลของการออกกฎเกณฑ์เช่นว่า ปัจจุบันเรามีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมากกว่าผู้ให้บริการทุกประเภท และเราก็ออกเร็วขึ้น ท้ายที่สุด เราก็คิดว่าเราควรจะเลิกอนุญาตที่เป็นรายๆ เสียแล้ว เพราะพบว่าบางรายส่งใบอนุญาตมา 8-9 เดือนกว่าจะได้ เพราะว่าท่านใช้เทคโนโลยีใหม่ ใช้ NGN ใช้อะไรก็ไม่รู้ที่ กทช.ไม่เคยได้ยิน ฝ่ายอนุญาตก็เลยเป็นฝ่ายไม่อนุญาต เรื่องประมาณ 60%ที่ กทช.เป็นเรื่องขอไม่อนุญาตหรือเรื่องขอเพิ่มเงื่อนไขการอนุญาต แต่เมื่อขึ้นไปถึง กทช.ก็จะอนุญาตทุกครั้ง เพราะเห็นว่าเพราะกฎหมายไม่เคยตัดสิทธิ์คน ไม่ว่าสิ่งที่เรารู้หรือไม่แต่ถ้าเป็นกิจการโทรคมนาคมก็ต้องอนุญาต ฉะนั้นในท้ายที่สุด เราก็ออกกฎเกณฑ์ว่าถ้าเป็นเรื่องที่เราเห็นประโยชน์ของการเปิดเสรีการแข่งขัน หรือเทคโนโลยีใหม่เข้ามา เราก็ออกกฎเกณฑ์ว่าเป็น Automatic License ถ้าวันที่ 1 อ่านกฎเกณฑ์เรียบร้อย มีช่องให้ทำเครื่องหมายทุกรายการ เช่นมีบัตรประชาชน บัตรจดทะเบียนบริษัท มีครบ ก็มายื่นที่แผนกขออนุญาต วันรุ่งขึ้นคุณจะได้รับใบอนุญาต และวันที่สามก็มาจ่ายเงินค่าธรรมเนียม ถ้าไม่ได้อย่างนี้ก็มาฟ้อง กทช.ได้ เพราะเราออกกฎเกณฑ์อย่างนี้ จาก 8 เดือน เหลือ 3 วัน

กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต แม้กระทั่งใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับเกตเวย์ IIG ก็เป็น Automatic License มีอันเดียวที่ไม่อัตโนมัติก็คือผ่านฝ่ายไม่อนุญาตคือ ประเภทที่สาม ซึ่งก็ทำได้ และมีคนถามว่าทำอย่างไรจะผ่านได้ เพราะไม่อนุญาตก็ไม่ผ่าน กทช.เสียที จริงๆ ก็ไม่ยากเพราะปัจจุบัน กฎหมายให้อำนาจ กทช.เป็นคน Process คำขอก็มีหลายรายที่ช้ามาก เสียเวลา ก็เลยขอเรื่องมายื่นที่ กทช. วันรุ่งขึ้นก็ได้ใบอนุญาต เยอะแยะไป ฉะนั้นก็เรียนว่าในแง่ของการให้ใบอนุญาต สำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติก็ดี กทช.ก็ดี พยายามเร่งรัดให้ออกใบอนุญาตได้โดยง่าย นี่เป็นสาระสำคัญเรื่องที่หนึ่ง

เรื่องที่สองคือ เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีไปเร็วมาก ฉะนั้นแนวนโยบายที่ชัดเจนก็คือการให้ใบอนุญาตแบบเทคโนโลยี ฉะนั้นเราจะไม่ถามเรื่องเทคโนโลยีมากนัก ก็ให้กรอกแบบฟอร์ม เราก็ไม่ใช่นักเทคโนโลยีเลยเป็นแค่อิเล็กทรอนิกส์ ไลเซนส์ ฉะนั้นสิ่งที่ให้ก็คือให้ใบอนุญาต

เรื่องที่สามหลายคนก็เกิดปัญหาอีก หลังจากที่ กทช. อนุมัติแล้ว ใบอนุญาตยังไม่ออกอีก 3-4 เดือน นับถึงตรงนี้ก็เป็นปีแล้ว ตอนนี้ก็มีอยู่รายหนึ่ง ก็ขอเรียนว่าใครได้รับอนุญาตแล้วยังไม่ได้รับใบอนุญาตก็ฟ้องเลย เพราะในแง่ของกฎหมายมีผลตั้งแต่ กทช.มีมติให้อนุญาต ถ้าหากไม่สามารถทำตามที่กฎหมายกำหนดก็ฟ้องได้ตามปกติ ฉะนั้นสิทธิการทำบริษัทเริ่มตั้งแต่วันที่ กทช.มีมติให้อนุญาต

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา 2 ปี ผู้รับอนุญาตจะพบว่าไลเซนส์เป็นรายเล็ก รายย่อยมากขึ้น ซึ่งเราชอบ ในอดีตคนที่จะทำโทรคมนาคมต้องคิดการณ์ใหญ่ ต้องรู้จักนักการเมือง ต้องรู้จักเส้นสายในหน่วยงาน เพราะเป็นเรื่องยาก ถ้าจะทำต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตาม พรบ.ร่วมทุน 2535 ถ้าเป็นเรื่องใหญ่มากๆ ต้องผ่านบอร์ดวุ่นวาย ปัจจุบันเรื่องเหล่านี้เปลี่ยนแล้ว เปลี่ยนจากระบบที่ใช้ดุลพินิจ เปลี่ยนจากระบบที่ต้องขออนุญาตผู้เกี่ยวข้องเยอะๆ ไม่ต้องแล้ว อินเทอร์เน็ตที่ทดลองใช้ในโครงการนำร่อง ก็คือ นำร่องให้อนุญาตโดยง่าย เราอยากให้คนทำธุรกิจมากขึ้น เราพบว่าเมื่อ 2 ปี ก่อน ผู้รับบริการร้อยกว่ารายเป็นรายเล็ก ปัจจุบันไม่มีใครทำสัญญาร่วมการงานภายใต้โทรคมนาคมอีกต่อไปแล้วภายใต้ กทช. ทุกคนมีสิทธิตามกฎหมายเท่ากัน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ล่าสุดเราคิดว่าในส่วนของอินเทอร์เน็ต เราพยายามไล่เปิดเพื่อให้คนทำธุรกิจเต็มที่ จนถึงขั้นสุดท้ายที่เรามีมติคนที่สามารถออกไปต่างประเทศได้ ถ้าต่อตรงก็ต่อได้เลย อันนี้สำคัญมาก เราก็ไม่เห็นประโยชน์ในการจะปิดประเทศหรือปิดประตูเข้าออกประเทศไทย เป็นนโยบายที่สำคัญมากโดยเฉพาะในแง่ของการให้บริการ ทุกคนก็ทำบริการได้เต็มที่ ไม่จำกัด หรือกำกับราคา ซึ่งมีมติและมีประกาศ กทช.ไปเมื่อ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา

เป็นบริการประเภทที่ 1และ ประเภทที่ 2 ซึ่งประเภทที่ 1 คือ ที่มีการแข่งขันแล้วโดยทั่วไป อินเทอร์เน็ตประเภทนี้คือทำอะไรก็ทำแต่ต้องประกาศราคาล่วงหน้า อย่างไม่ไปกำกับราคา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน เพราะการประกาศราคาล่วงหน้าเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้บริโภครู้ว่าเขาจะใช้สินค้าหรือบริการในราคาเท่าไรแต่ไม่กำกับราคา ประเภทที่สองก็ไม่กำกับราคา

แต่ที่ต้องกำกับราคาคือประเภทที่สาม เนื่องจากกฎหมายบอกว่าเป็นประเภทที่กระทบการแข่งขัน ฉะนั้นเขาอาจใช้ราคาเป็นเครื่องมือทำลายคู่แข่ง จึงต้องกำกับราคาอยู่ กำกับหมายถึงให้คิดอัตราต้นทุนหรือถนอมต้นทุน นั่นคือเรื่องที่สาม ในแง่ของกฎเกณฑ์ที่ออกไปถ้าเป็นประเภทที่ 1,2 ไม่กำกับราคาเพราะถือว่าแข่งขันกันเสรี

ผมเล่าเรื่องอินเทอร์เน็ต ประเทศเราเป็นประเทศที่มีใบอนุญาตพิเศษ ประเทศอื่นเขาไม่มีใบอนุญาต ก็ประเทศเราใช้โครงสร้างกลับกัน คือการมีใบอนุญาตเป็นเครื่องมือในการเปิดตลาด อันนี้เป็นสาระสำคัญมาก หลายประเทศไม่มีใบอนุญาตเป็นเครื่องมือเปิดตลาด แต่ประเทศเราตลาดมันปิดจนคิดว่าคนไม่กล้า ทุกวันนี้มีเคสโผล่มาเรื่อยๆ ว่าคนนั้นทำ Call Back ผิด คนนั้น Calling Card ผิด ไม่ผิดนะครับเพราะเราใช้ใบอนุญาตเป็นเครื่องมือเปิดตลาด เปิดเสรี คนที่ได้รับอนุญาตให้ทำกิจการโทรคมนาคมเขามีสิทธิ์ที่จะทำ อันนี้สำคัญ แต่เดิมเราเริ่มจากทุกคนไม่มีสิทธิ์ อยากได้ต้องขอ เรากลับมาเป็นทุกคนมีสิทธิ์ เมื่อมีสิทธิ์แล้วคนอื่นก็มีหน้าที่ เช่น หน้าที่ในการเชื่อมต่อ หน้าที่ในการต่อให้ติด หน้าที่ในการเปิดเครือข่าย หน้าที่ในการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ฉะนั้น ถ้าเราใช้เครื่องมือในการอนุญาต เราจะอนุญาตให้เร็วขึ้นง่ายขึ้น หลายประเทศไปถึงจุดที่เรียกว่าไม่ต้องมีไลเซนส์ แต่กฎหมายเรายังบังคับให้มีอยู่ ก็เลยต้องมี แต่ทำให้ง่ายขึ้น ด้วยวิธี Automatic ดังที่กล่าวไปแล้ว แม้กระทั่งบริการ Fixed Line ในยุโรป ก็ไม่ต้องขอไลเซนส์แล้ว ของเรายังต้องอนุญาตก่อน อยากจะเปลี่ยนชื่อฝ่ายเป็นฝ่ายไม่อนุญาต ตั้งอีกฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายอนุญาตดีไหม จะได้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายเสนอ เพื่อไม่ให้เรื่องช้า

สำหรับอินเทอร์เน็ต เปิดบริการให้ขออนุญาตทั้งประเภทที่ 1,2, และ 3 หนึ่งก็คือแข่งขันเสรีทั่วไป ที่ไหนก็ขอได้ ประเภทที่สองคือมีหรือไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง แต่ว่าไม่มี offer กับ Public เช่น คนที่ทำเป็น Corporate Network คนที่ทำเป็น Intranet หรือว่าทำเป็น Excusive Network แล้วไม่ได้ต้องการแข่งขันมาก สองประเภทนี้เราไม่กำกับดูแลราคาแต่ต้องประกาศราคา

ประเภทที่สามคือประเภทที่ต้องมีโครงข่ายเป็นของตัวเอง มีคนขออนุญาตแล้วเมื่อปีก่อน คนที่ขออนุญาตก็มี หนึ่ง สอง สาม ครบหมดแล้ว ฉะนั้นในแง่ของการเปิดตลาด การเปิดการแข่งขัน ฉะนั้น กทช. ต้องออกกฎเกณฑ์ให้รองรับเงื่อนไขการเปิดตลาด อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องทำ

ในแง่ของการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เราย้ำเน้นเสมอว่า ภาระของ กทช.คือ การออกใบอนุญาตและกำกับกิจการที่เกี่ยวข้องกับโทรคมนาคมโดยแท้ ฉะนั้นถ้าผู้ใช้บริการ ประชาชนชาวบ้านผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเขาจะใช้อะไร ก็เรื่องของเขา หน้าที่ของเราคือต่อท่อเข้าไปในบ้านเท่านั้น อันนี้ก็เป็นความสำคัญ ไม่ได้มีหน้าที่ไปปิดใคร หรือดูเรื่อง terrorist มีสิทธิแค่บริการตามเงื่อนไขใบอนุญาตซึ่งเราพยายามให้เป็นมาตรฐานและดำเนินตามมาตรฐานเหล่านั้น


กทช. ย้ำบทบาทเปิดตลาดเสรี
เรื่อง VoIP ไม่ว่าชาวบ้านรู้หรือไม่ก็ทำได้ VoIP ที่เราทดลองเปิดปีที่แล้ว ที่จริงก็อยากจะเปิดให้หมด แต่ที่ต้องทดลองก็ตามนิสัยคนไทยเรา ก็บอกว่าอย่าเพิ่งเปิดเลยทดลองก่อน เราทดลองเปิด NIS ใครอยากทำก็ทำ เดิม คุณทำไม่ได้ แทบจะเรียกว่าถูกตัดขาด ใครอยากจะทำ VoIP สมัยก่อนทำได้ แต่จะมีคนส่งจดหมายเข้าไปที่ กทช.ประจำว่าคนนั้นทำนี่ไม่ได้ ทำนั่นไม่ได้ผิดไปหมด ทำไม่ได้ตลอดเวลา จึงอยากจะตอบคำถามว่า VoIP ทำได้ ในแง่ที่เป็น Phone to Phone แล้วมีเลขหมายให้ด้วย 10 ล้านเลขหมาย

ฉะนั้นในแง่ของ VoIP เรื่อง PC to PC, Phone to Phone, Pc to Phone ก็ทำได้ แล้วก็ทดลองขออนุญาตก็ทำได้ มีคนขอแล้วและได้ไปหลายๆ เรื่อง เพราะในแง่กฎหมาย กทช.มีหน้าที่เปิดตลาดไม่ได้มีหน้าที่ปิดตลาด คนขออนุญาตต้องให้

อีกอย่างที่สำคัญมากคือ เราคิดว่าหลังจากที่เราเปิดตลาดแล้ว เราต้องเสริมสร้างขวัญ กำลังใจให้ท่านอยากทดลองทำธุรกิจใหม่ๆ ไม่ต้องร่ำรวยก็ทำธุรกิจได้ ไม่ต้องรู้จักนักการเมืองแล้วไม่ต้องไปรู้จักใครในสำนักงานด้วยซ้ำ ถ้าถูกกฎเกณฑ์ก็ขออนุญาตได้เลย

เหมือนกับเกตเวย์ ที่ตอนนี้เราให้อนุญาตไปแล้ว 4-5 ราย ทั้งประเภทที่สองและสาม ก็หวังว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีมากขึ้น เมื่อก่อนเรามีลักษณะเป็นคอขวดเยอะมากจะออกต่างประเทศก็มีคอขวด ทุกวันนี้คอขวดก็หายไปทีละนิดเพราะการแข่งขัน เราทดลองต่อดูก็ไม่เห็นยาก สายไฟต่อกันก็วิ่งแล้ว ไฟฟ้ามาทดลองขอก็ได้ ใครอยากทำก็ทำเพราะเห็นว่ามันเป็นโครงสร้างการลงทุนที่เขาลงไปแล้ว ประชาชนได้ประโยชน์จากการมีบริการโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น และมีการกระจายมากขึ้น

เราอยากมีเกตเวย์หลายๆ อัน เพราะทุกวันนี้เราต่อออกช่องเดียวทางภาคใต้ ระเบิดกันโครมๆ ก็กลัวจะโดนของเราด้วยจะเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ก็เลยเปิดให้มากขึ้น เลือกไปเปิดทางฝั่งลาว ทางภาคเหนือทางจีนเพื่อให้สะดวกมากขึ้น เปิดช่องทางออกให้ประเทศมากขึ้น ได้ประโยชน์เรื่อง Speed ด้วย

ทั้งหมดคือสาระสำคัญที่อยากบอกไว้ อยากให้ทดลองทำกันเรากันเลขหมายไว้แล้ว 10 ล้านเลขหมายสำหรับ VoIP เทคโนโลยี อยากให้ขอได้ภายใน 5 นาทีหรือวันเดียวด้วยซ้ำ เราอยากเห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ คนรวยใหม่ๆ แล้วในแง่กฎเกณฑ์ถ้าสงสัยก็ถามไปที่ กทช.ได้ ถ้าท่านส่งใบอนุญาตแล้วไม่ได้รับอนุญาตเสียทีก็ส่งตรงไปที่คณะกรรมการก็ได้ เพราะในแง่กฎหมายคนที่อนุญาตคือ กทช.ไม่ใช่สำนักงาน ฉะนั้น ก็เรียนว่ามันมีช่องทางมากขึ้น และก็อยากเปิดเสรีให้มีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น ผมคงขออนุญาตหมดเวลาแค่นี้

ในแง่กฎเกณฑ์ กฎหมาย สิ่งที่ทำต้องปรากฏโดยกฎหมายเท่านั้น แต่ กทช.ไม่เหมือนองค์กรกำกับดูแลอื่นที่ต้องทำมากมาย กฎหมายเขียนบอกว่าเรื่องที่ทำทุกเรื่องต้องมีกฎเกณฑ์ ฉะนั้นเราจึงถือเป็นหลักเกณฑ์ว่าเรื่องที่จะทำทุกเรื่องต้องมีหลักเกณฑ์ล่วงหน้า ถ้าไม่มีไม่ทำ สำคัญมาก กทช.ทำหลักเกณฑ์ ทำตามหลักเกณฑ์ และเดินตามนั้น คือเราเข้าสู่ระบบการกำกับดูแลโดยหลักเกณฑ์ และเสรี หมายถึง หลักเกณฑ์ที่ประกาศแล้วใครก็มีสิทธิ์ได้ กทช.ไม่เคยประกาศหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับเฉพาะแต่รัฐบาล หรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ฉะนั้นคนที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ก็อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน



ถ้ากฎเกณฑ์ว่าด้วยการใช้หรือเชื่อมต่อ ใช้แค่บางคน บางคนไม่ใช้ มันจะผิดหลักโทรคมนาคม ใครจะทำ VoIP หรือจะทำโทรคมนาคมก็ทำยาก เพราะโทรเข้าเครือข่ายตัวเอง 2 บาท แต่เข้าเครือข่ายคนอื่น 20 บาท แล้วเรามีคนใช้ตั้ง 40 กว่าล้านคน แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเครือข่ายเป็นใคร สำคัญคือ กทช.ไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งหมดที่พูดมาก็อยู่ในใจความที่ว่า เราพยายามเร่งรัดเปิดเสรี เปิดบริการแข่งขันให้โอกาสประชาชนมากขึ้น ละให้โอกาสผู้ทำบริการมากขึ้นโดยผ่านกฎเกณฑ์


ที่มา: http://www.tj.co.th/telecomjournal/modules/news/article.php?storyid=943
« Last Edit: October 13, 2007, 02:22:02 PM by Patrickz » Logged

Patrickz
Global Moderator
Sr. Member
*****
Posts: 274


View Profile WWW
« Reply #1 on: October 13, 2007, 02:16:54 PM »

อ่านแล้ว ขัดกับ การโทรคมนาคมไทยยังไม่เสรี (ได้ง่ายๆ) จริงๆ  Undecided
« Last Edit: October 13, 2007, 10:23:57 PM by admin » Logged

Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
SEM | Asterisk | สถานที่ท่องเที่ยว | สัมมนา SEM