AsteriskThailand
May 23, 2012, 06:28:03 AM *
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News:
 
   Home   Help Search Login Register  
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: ชุมสายอัจฉริยะ แปลงโปรโมชั่น "มือถือ" เป็นธุรกิจ  (Read 1693 times)
Patrickz
Global Moderator
Sr. Member
*****
Posts: 274


View Profile WWW
« on: October 13, 2007, 08:43:07 AM »

ชุมสายอัจฉริยะ แปลงโปรโมชั่น "มือถือ" เป็นธุรกิจ

สุกัญญา ศุภกิจอำนวย


โปรโมชั่นมือถือสุดฮอต นาทีละ 0 บาท สำหรับการโทรภายในเครือข่ายเดียวกัน กำลังกลายเป็นโอกาสทำเงิน ของ 4 หนุ่ม ในนามบริษัทเน็ตเทค มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) ที่เห็นช่องทางในการทำเงิน ขอเพียงมี "ความรู้" บวก "ความคิดสร้างสรรค์" ที่จะต่อยอด "ระบบ" ที่พวกเขาเรียกว่า "ชุมสายอัจฉริยะ" จะดีแค่ไหนหากค่าบริการโทรพื้นฐานจะเหลือ 0 บาทเท่าโปรโมชั่น "มือถือ"

ไตรเดช ศรีธนกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตเทค มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด หนุ่มนักเรียนนอกที่เคยทำธุรกิจบัตรโทรศัพท์ เล่าถึงที่มาของธุรกิจดังกล่าวว่า บนการแข่งขันธุรกิจโทรศัพท์มือถือของหลายค่ายในเมืองไทย เพื่อตอบโจทย์ค่าบริการที่ถูกลง บริการที่ดีขึ้น เขาและเพื่อนอีกสามคน คือ เจษฎา โสภณพนิช ยังพิชิต (ลูกชายคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช), สร้างเสริม พันธุ์อุทัยวัฒน์ และ ศรคม กิจประสาน จึงเกิดไอเดีย "หาประโยชน์" จากโปรโมชั่น "มือถือ" ให้เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจของบริษัทเน็ตเทคฯ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2549 ด้วยทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท

ในที่สุดก็ตกผลึกความคิด ที่จะอิมปอร์ต "ชุมสายอัจฉริยะ" แบรนด์ Hybrid Hub ซึ่งเป็นเหมือนชุมสาย หรือ ฮับ ในการเชื่อมต่อการทำงานระหว่างตู้สาขากับสายโทรศัพท์ทุกครั้งที่โทรออก ก่อนแปลงโปรโมชั่นโทรศัพท์พื้นฐานเข้าสู่โปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือของแต่ละค่าย

โปรโมชั่นมือถือ สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของพฤติกรรมการโทรออกของผู้ใช้ โดยไม่ยึดติดกับค่าย (Operator) ใดค่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น โทรถูกแต่ละช่วงเวลา, โทรถูกตามนาทีที่เหมาจ่าย โทรฟรีระหว่างสาขา รวมไปถึงการโทรทางไกลในประเทศและต่างประเทศ ของ ทีโอที และ กสท

ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น "ซิม การ์ด" โดยชุมสายอัจฉริยะ หน้าตาเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมเครื่องนี้ มีความสามารถในการบรรจุซิม การ์ด สูงสุดได้มากถึง 32 ซิม การ์ด ในระบบดิจิทัล และสูงสุด 8 ซิม การ์ด ในระบบอนาล็อก

"ปัญหาของผู้ใช้โทรศัพท์ในไทย คือ การปรับตัวหรือการยอมรับต่อเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามาในบ้านเรา ขณะที่ระบบที่พวกเราดัดแปลงขึ้น จากระบบเดิมที่มีอยู่แล้วในต่างประเทศ แต่ใช้ได้เพียง 1 ซิม การ์ด ไม่สามารถใช้ได้มากเหมือนของเรา ซึ่งผู้เช่าหรือผู้ซื้อเครื่องเราไปติดตั้ง จะยังคงพฤติกรรมการโทรศัพท์ได้เช่นเดิม แต่ระบบจะเลือกโปรโมชั่นที่ดีที่สุดให้ เพื่อนำไปสู่ค่าใช้จ่าย หรือ บิลค่าโทรศัพท์ที่ลดลง"

โดยเฉลี่ยค่าโทรศัพท์จะถูกลงกว่า 80%

นี่คือ...เรื่องจริง ที่ เจษฎา โสภณพนิช ยังพิชิต ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ยืนยันด้วยยอดการใช้โทรศัพท์ของลูกค้า !!!

"เช่น บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เคยใช้จ่ายค่าโทรศัพท์เดือนละ 1.25 แสนบาท พอเราเข้าไปติดตั้งเครื่องให้ สามารถลดค่าโทรศัพท์ลดเหลือ 26,000 บาท โดยเสียค่าเช่าระบบให้เราเดือนละกว่า 30,000 บาท เมื่อบวกค่าเช่าระบบเข้าไปเป็นค่าใช้จ่าย เบ็ดเสร็จบริษัทแห่งนี้จะลดค่าโทรศัพท์ได้เกือบเดือนละ 70,000 บาท

หรืออย่างบริษัท CMG (Central Marketing Group) ที่ใช้ระบบของเราเช่นกัน กรณีนี้พบว่า สามารถลดค่าโทรศัพท์ในแต่ละเดือนถึง 85% ของค่าโทรศัพท์ที่เคยจ่ายเดือนละกว่าแสนบาท"

ไตรเดช เล่าว่า บริการของเน็ตเทคฯ ถือเป็นรายแรก (First Mover) ในไทย โดยแรกๆ ของการเสนอบริการ ลูกค้าจะตกใจ และไม่เชื่อว่าบริษัทจะสามารถทำให้บริษัทเหล่านั้นลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ลงได้จำนวนมากในช่วงแรกๆ ของการเสนอขายเครื่อง

เจษฎา ยังเผยถึงแผนการตลาดในอนาคตว่า ภายหลังจากเริ่มทำตลาดเมื่อต้นปี 2550 พบว่าจนถึงปัจจุบัน (มิ.ย.) มีลูกค้าแล้วจำนวน 80 ราย ภายในปี 2550 บริษัทตั้งเป้าที่จะขยายฐานลูกค้าเป็น 200 ราย โดยในแต่ละรายจะติดตั้งเครื่องจำนวนเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจของแต่ละบริษัท

กลุ่มเป้าหมายจะเป็นบริษัทที่มียอดการใช้โทรศัพท์แต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 25,000-30,000 บาท จึงจะคุ้มค่าในการติดตั้งระบบ และยังมองไกลไปถึงการนำบริษัทเน็ตเทคฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) ภายใน 5 ปีจากนี้

เน็ตเทคฯ จะมีรายได้จากค่าเช่า และซื้อระบบไปติดตั้ง ราคาอยู่ระหว่าง 1.5 แสนบาท -1.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ โดยบริษัทจะการันตีค่าโทรศัพท์ว่าจะลดได้ต่ำกว่าค่าเช่าเครื่อง 1-2 เท่าต่อเดือน หากทำไม่ได้จะชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนต่างให้กับลูกค้า ถือเป็นการปิดความเสี่ยงให้กับลูกค้า โดยลูกค้าจะคืนทุนภายในระยะเวลา 6-8 เดือน ภายหลังการติดตั้งเครื่อง

ไตรเดช เสริมว่า การทำการตลาดชุมสายอัจฉริยะ จะประสบความสำเร็จได้จำเป็นต้องมีบริการหลังการขาย (After Sale Service) ที่เข้มแข็ง หมายถึงการคิดค้นซอฟต์แวร์ แบ็ค ออฟฟิศ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการผิดพลาด (Error) ของระบบ

"บริษัทเราคิดค้นซอฟต์แวร์ แบ็ค ออฟฟิศ ซึ่งปรับมาจากโปรแกรมซอฟต์แวร์ของบัตรโทรศัพท์ โดยบริษัทได้จดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ไว้แล้ว ส่วนทีมงานที่จะมาดูแลระบบ เซตไว้ที่ลูกค้า 10 รายต่อทีมงาน 1 คน จะเรียกได้ว่า อาฟเตอร์ เซล เซอร์วิส เป็นหัวใจของธุรกิจนี้ก็ว่าได้"

นอกจากเทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว เจษฎา บอกว่า บริษัทเน็ตเทคฯ ยังอยู่ระหว่างเปิดตลาดเทคโนโลยีใหม่ เรียกว่า Mobility Intelligent Technology (MIT) ในการพ่วงการใช้งานโทรศัพท์พื้นฐาน เข้ากับโทรศัพท์มือถือ เพียงแต่กดหมายเลข 3 หลักเพื่อเชื่อมต่อระบบ เท่านี้ก็สามารถโอนสายโทรศัพท์อัตโนมัติไปยังปลายสายที่เกี่ยวข้อง ขอให้พื้นที่นั้นๆ มีสัญญาณมือถือ โดยไม่ต้องกดโทรศัพท์ต่อใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถประชุมกันทางโทรศัพท์ (Tele-Conference) หรือการใช้งานมากกว่า 1 สายต่อครั้ง

ภายใต้คอนเซปต์ "ต่อเข้า-โอนได้-ประชุมได้"

เขายังบอกด้วยว่า บริษัทที่เหมาะสำหรับบริการนี้ ควรเป็นบริษัทที่จำเป็นต้องประสานงานกับพนักงานนอกพื้นที่ โดยมี Call Center ในเบื้องต้นบริษัทจะต่อยอดบริการนี้กับลูกค้าเดิมที่ใช้บริการชุมสายอัจฉริยะ ก่อนจะขยายผลไปสู่ลูกค้ารายอื่นๆ ต่อไป

ที่มา: http://www.bangkokbizweek.com/20070604/bschool/index.php?news=column_23969759.html
Logged

Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
SEM | Asterisk | สถานที่ท่องเที่ยว | สัมมนา SEM