สวัสดีครับคุณ mingky
สอบถามคุณ Patrickz ครับ
เล่นระบุแบบนี้ เดี่ยวคนอื่นไม่กล้า jam

หัวข้อนี้คงตอบกันยาวเลย
เรื่องการใช้งานนั้น ผมเห็นว่ามีเอกสารเยอะอยู่แล้ว ทั้งการติดตั้งและใช้งาน แต่ว่าเป็นฝรั่งเขียน ยกตัวอย่างเช่น
Trixbox without Tears (มีเป็น pdf ด้วย)
Sureteq Full Step-by-Step Guides Versions 1 & 2.xถ้าเป็นภาษาไทยก็คงดี ท่านใดสนใจเขียนถึงเรื่องนี้ ลอง post ได้ที่ี่
Asterisk Howtoหากผมต้องการใช้ softphon จากเครื่องลูก หมุนมาที่เครื่อง Asterisk หรือเครื่องอื่น
ที่มี softphon เหมือนกัน ต้องทำอย่างไรบ้างหลังจากติดตั้ง Asterisk เสร็จแล้วครับ
หลังจากติดตั้ง Asterisk เรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็เป็นเรื่องของการกำหนดเรื่องต่างๆ เช่น extensions
สิ่งที่ต้องกำหนดคือ extensions number, password และ feature อื่นๆ เช่น fax, did, follow me, IVR เป็นต้น
และแทนที่จะไปยุ่งกับ extensiosn.conf โดยตรง การใช้
FreePBX จะง่ายกว่า
เบื้องต้นผมเข้าใจว่า เครื่องลูกข่ายต้องต่ออยู่กับ switching ในเครือข่ายภายใน ผมต้องเข้าไปแก้ไขไฟล์ใดบ้าง เพื่อเริ่มใช้งานครับ
ใช่ครบ มองเป็น server - client ถ้า VoIP Server มี IP เป็น Publish IP ทุกคนๆ ก็สามารถเชื่อมต่อมาที่ Server ได้ (คล้ายๆ web server นั่นแหล่ะครับ)
ถ้าหากว่า client ไม่ได้ต่อกับ Server แล้วมีคนติดต่อเข้าไป ก็จะเหมือนกับว่า โทรศัพท์ไม่ได้เสียบสายเอาไว้
พอติดตั้ง asterisk แล้ว กำหนด extensions แล้ว สำหรับการทดสอบ ทดลอง ผมแนะนำให้กำหนด password เหมือนกับ extensions ไปเลย จะช่วยให้สะดวกขึ้น ต่อมาก็เตรียมในส่วนการเชื่อมต่อกับ Asterisk ซึ่งอาจเป็น SoftPhone หรืออาจเป็น Hardware ก็ได้ เช่น (ATA, VoIP Phone) แต่ไม่ว่าจะใช้อะไร สิ่งที่มักใช้ในการกำหนดค่ามีดังนี้
host: คือ IP ของ VoIP Server
username: หมายเลข extension
password: รหัสของ extension นั้น
ดังนั้นหากบริษัทฯ มี 2 สาขา เราอาจตั้ง extensions ไว้สองชุด ดังนี้ สาขาใหญ่ 100, 102, 103, 104, 105 สาขาย่อย 201,202,203,204,205 เป็นต้น และทั้งสองสาขามองเห็น IP ของ VoIP Server ได้นั้น ก็จะสามารถติดต่อกันระหว่างสาขาได้ โดยที่ค่าใช้จ่ายจะอยู่ในรูปของ bandwidth แทน
มองแบบง่ายๆ ก็คล้ายกับใช้ MSN คุยกับ MSN นั้นเอง หรือ Skype คุยกันกับ Skype นั้นเอง ซึ่งต้องติดต่อผู้ให้บริการเหล่านี้
คำถามต่อมาก็คือ ทำไมไม่ใช้ IM ไปเลยล่ะ? เหตุผลเพราะ SoftSwitch นั้นออกแบบมาให้เป็น IP-PBX ซึ่งมีความสะดวกในการเชื่อมต่อกับ PBX ภายในองค์กร หรือ PSTN
เช่นหากบริษัทฯ มี 2 สาขา ตั้งอยู่ใน USA อีกสาขาอยู่ใน Thailand หากบริษัทใน USA ต้องการโทรศัพท์ ไปยังเบอร์ใน Thai ล่ะ
ก็ให้โทรผ่าน VoIP Server ในไทย แทนที่จะโทรฯทางไกลมายังไทย ก็กลายมาเป็น ค่าโทรออกจาก Thai เอง (local)
๊USA <------voip-------> Thai <------ PSTN -------> 021234567เอาล่ะครับ สรุปว่าลองกำหนด extension แล้วใช้ softphone เข้าไปใ้ช้งาน
SoftPhone ที่นิยมใช้คือ
X-Lite ลองดูครับ

ป.ล. ลองอ่าน
ทำระบบ VoIP ต้องมีอะไรบ้าง เพิ่มเติมครับ เผื่อจะมีประโยชน์ ไม่มากก็น้อย...(หรือไม่มีเลย

)