|
Patrickz
|
 |
« on: November 23, 2007, 07:03:34 PM » |
|
ทีโอทีสรุปค่าปรับโทร.5.6แสนเลขหมาย ซีเมนส์-กิจการร่วมค้าอีริคสันรวม760ล. โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2550 11:32 น.
บอร์ด ทีโอที เตรียมสรุปโทรศัพท์ 5.6 แสนเลขหมาย ได้ตัวเลขค่าปรับเบื้องต้น 760 ล้านบาท ซีเมนส์ 320 ล้านบาท และกิจการร่วมค้าอีริคสัน 440 ล้านบาท แต่อาจจะลงอีกเนื่องจากต้องไปลดจากค่าเสียเวลาให้น้ำท่วมกับปัญหาพื้นที่ 32 จังหวัดภาคใต้ ก่อนเริ่มแผนรุกเปิดตลาดบรอดแบนด์ ตั้งเป้าสิ้นปี 450,000ราย หวังสร้างทดแทนรายได้จากโทร.พื้นฐาน โทร.สาธารณะลดลงอย่างต่อเนื่อง แหล่งข่าวจากบริษัท ทีโอที กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอที จะนำเรื่องการพิจารณาค่าปรับบริษัท ซีเมนส์และกิจการร่วมค้าอีริคสัน ในโครงการขยายโทรศัพท์พื้นฐาน 565,500 ล้านบาท มูลค่า 5,790 ล้านบาท ที่ทางคณะกรรมการตรวจรับได้สรุปตัวเลขค่าปรับในเบื้องต้นไว้ ประมาณ 760 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าปรับจาก ซีเมนส์ ประมาณ 320 ล้านบาท และกิจการร่วมค้าอีริคสัน ประมาณ 440 ล้านบาท แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่มีการนำเรื่องปัญหาน้ำท่วมและความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เข้ามาหักออกจากจำนวนเงินที่จะต้องปรับ ทั้งนี้ ในส่วนของการพิจารณาตัวเลขค่าปรับนั้น ทีโอที ได้พิจารณาจากความล่าช้าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ครบกำหนดส่งมอบตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2549 คิดเป็นจำนวนวันที่ล่าช้าทั้งหมด 400 วัน โดยตามสัญญาที่ทำไว้ร่วมกันทั้ง 2 บริษัท จะถูกปรับวันละ 0.1% ของงานที่ไม่แล้วเสร็จ โดยซีเมนส์จะถูกปรับวันละประมาณ 1.1 ล้านบาท ส่วนกิจการร่วมค้าอีริคสัน จะถูกปรับวันละ 8 แสนบาท สำหรับ ซีเมนส์ เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ในพื้นที่ 1 เขต กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยชนะประมูลในราคา 2,030 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ 2 และ 3 เป็นของกิจการร่วมค้าอีริคสัน โดยพื้นที่ 2 คือ ภาคกลาง และใต้ ชนะประมูลด้วยราคา 1,890 ล้านบาท และพื้นที่ 3 ภาคตะวันออก และภาคเหนือ มูลค่า 1,860 ล้านบาท เปิดแผนบุกตลาดบรอดแบนด์ นายนพณัฏฐ์ หุตะเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ด้วยเป้าหมายของทีโอที ในการสร้างจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ในประเทศเพิ่มขึ้นและให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์พื้นฐานของ ทีโอที ได้หันมาเลือกใช้บรอดแบนด์มากขึ้น ที่มีอยู่กว่า 2.3 ล้านเลขหมาย ดังนั้นเพื่อเป็นการกระตุ้น ทีโอที ได้ออกโปรโมชัน “แรงทั่วไทย” ให้ลูกค้าสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์ ) ที่ความเร็ว 1 เมกะบิตในอัตราค่าบริการรายเดือนเพียง 590 บาทและยังเสนอบรอดแบนด์ความเร็วสูงสุดที่ 2 เมกะบิต ในอัตราค่าบริการเหมาจ่ายรายเดือนเพียง 1,000 บาท นอกจากการออกแคมเปญโปรโมชันกระตุ้นแล้ว ทีโอที ยังได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่และแหล่งชุมชนสัญจรเพื่อออกเชิญชวนประชาชนใช้บริการในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ได้รับทราบถึงบริการและโปรโมชันบรอดแบนด์ รวมถึงบริการอื่นๆ ของทีโอที ซึ่งกิจกรรมนี้จะเป็นการสร้างมุมมองทัศนคติใหม่กับกลุ่มลูกค้าและประชาชน ในด้านความสะดวก ประหยัดเวลากับการสมัครใช้บริการหรือการติดต่อ และจะทำให้ทีโอทีได้รับทราบปัญหาในการใช้งานและจะทำให้ ทีโอที แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โปรโมชัน “ แรงทั่วไทย” ได้เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2550 โดยจะได้รับฟรีค่าแรกเข้า 1,000 บาท พร้อม Dual port Modem ฟรีอีกด้วย ซึ่งโปรโมชัน จะมี2 แพกเกจ คือ ความเร็วใช้งาน 1 เมกะบิต เหมาจ่ายแค่ 590 บาท และ 2 เมกะบิต เหมาจ่าย 1,000 บาทใช้ได้ไม่จำกัด “ถือว่าเราเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่สามารถให้บริการบรอดแบนด์ความเร็วสูง 2 เมกะบิตให้แก่ลูกค้า เนื่องจากเล็งเห็นว่าปัจจุบันตลาดมีความต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น เพื่อให้สามารถอัพโหลดข้อมูลขนาดใหญ่อย่างรวดเร็วหรือการใช้งานเชี่อมต่อในเรื่องอื่นๆไม่ว่าจะเล่นเกม การรับชมคลิปวิดีโอ” นายอดิศร์ หะริณสุต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า แผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์โปรโมชัน “แรงทั่วไทย” ทีโอที มีแผนจะโปรโมตผ่านสื่อทุกช่องทางทั้ง สื่อวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ป้ายติดรถหน้าสำนักงานทีโอที ใบปลิวโปสเตอร์ และหน้าซองใบแจ้งค่าบริการ ค่าโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ โดยโปรโมชัน “แรงทั่วไทย” ทีโอทีคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีเป้าหมายจะเพิ่มยอดลูกค้าบรอดแบนด์ของทีโอทีก่อนสิ้นปี 2550 จากเดิมที่มีอยู่ 400,000 ราย เป็น 450,000ราย ในปลายปีนี้ เพื่อเพิ่มรายได้จากโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์สาธารณะที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ ทีโอทีได้ออกโปรโมชัน”โทรอบอุ่น” เหมาจ่ายรายเดือน 399 บาท โทร.ฟรีไม่จำกัด นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกด้วยราคาเหมาจ่ายสุดประหยัด เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าและประชาชนหันมาใช้งานโทรศัพท์บ้านมากขึ้นส่วนโปรโมชัน “แรงทั่วไทย” สำหรับลูกค้าบรอดแบนด์นั้นเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการดาวน์โหลดข้อมูลให้รวดเร็วทันใจทันสถานการณ์
ทีทีแอนด์ทีจับตลาดไอพีทีวี นายศิริพงษ์ พุงไธสง ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจดาต้าและคอนเทนต์ บริษัท ทีทีแอนด์ที ซับสไครเบอร์ เซอร์วิสเซส บริษัทในเครือทีทีแอนด์ที กล่าวว่า ด้วยแนวโน้มตลาดการให้บริการทีวีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไอพีทีวี (Internet protocol television) ในปี 2551 นั้นตลาดที่เป็นตลาดบรอดคลาส ทุกรายจะเห็นมาลงทุนในส่วนการให้บริการด้านคอนเทนต์เพิ่มมากขึ้น และเป็นตลาดที่ใหญ่ ทั้งนี้ ตลาดในประเทศไทยยังมีช่องว่างในการให้บริการไอพีทีวีอยู่มากโดยประชากร 65.4 ล้านคน จาก 16.8 ล้านครัวเรือน มีจำนวนผู้ใช้เคเบิ้ลทีวีประมาณ 1.5 ล้านครัวเรือน หรือ 9% ของประชากรทั้งหมด นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ใช้ทีวีมีอยู่ 15.7 ล้านครัวเรือนหรือคิดเป็น 93 % ผู้ใช้โทรศัพท์พื้นฐานจำนวน 4.2 ล้าน หรือ 25 % ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ 2.3 ล้านครัวเรือน คิดเป็นอัตราร้อยละ14 และจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์มีประมาณ 1 ล้านครัวเรือน คิดเป็นอัตราร้อยละ 6 ซึ่งในปัจจุบันผู้ให้บริการทีวีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไอพีทีวี มีอยู่ 3 รายหลักคือ บัดดี้ บรอดแบนด์ ทรู ไอพีทีวี และทีทีแอนด์ที โดยบัดดี้ บรอดแบนด์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุด ขณะนี้บริษัทมีจำนวนผู้ใช้บริการแม็กซ์เน็ตทีวี เทคโนโลยีไอพีทีวี ผ่านโครงข่ายของทีทีแอนด์ที จำนวน 1,000 ราย โดยคาดว่าภายใน 1- 2 ปี จะมียอดลูกค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 ราย คิดเป็นอัตราร้อยละ 10 ของลูกค้าเอดีเอสแอล ซึ่งจะวางงบในการลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท และภายในสิ้นปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (แม็กซ์เน็ต) เพิ่มขึ้นจำนวน 2.5 แสนราย จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2.3 แสนราย เขากล่าวว่า ทีทีแอนด์ที จำเป็นที่จะต้องหันมาจับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ ซึ่งจะเน้นในกลุ่มการศึกษา สถาบันกวดวิชา การสอบเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย O-Net A-Net โดยจะเป็นการนำเทคโนโลยี ไอพีทีวี เข้ามาช่วย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนตั้งแต่ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ซึ่งการเน้นในกลุ่มนิชมาร์เก็ตเนื่องจากจะเป็นการเพิ่มรายได้มากขึ้น “การให้บริการไอพีทีวีมีส่วนแบ่งรายได้คิดเป็นประมาณ 18% ของรายได้ทีทีแอนด์ทีในปี 2551”
|